มาเช็คตัวเอง เรามี Mindset แบบไหน? และต้องทำอย่างไรให้เรามี Mindset แบบคนเก่ง! | How to Learn 🧠💡

mindset

ความพยายามอยู่ที่ไหน…!! ความพยายามอยู่ที่นั่น…

เอาจริง ๆ ถ้าอยากเก่ง หรืออยากสำเร็จ…   พยายามไปแล้ว จะสำเร็จได้จริงหรอ ?

 

ถ้าไม่ใช่เพราะความสามารถ ไม่ใช่พรสวรรค์ หรือแค่มีความพยายามเฉย ๆ

แล้วอะไร? ที่เป็นตัวตัดสินว่าคนนี้จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จ หรือล้มเหลว?

 

คำตอบก็คือ “Mindset”  หรือ “กรอบความคิด”

ไม่ว่าเราจะอยากเก่งหรือประสบความสำเร็จเรื่องอะไร ความเข้าใจใน Mindset ของตัวเองต่อสิ่งที่ทำนั้น สำคัญมากเลยค่ะ

บทความนี้ ขอมาสรุปหนังสือ “Mindset” ที่เนื้อหาในเล่มได้ไปรวบรวมงานวิจัยมากกว่า 30 ปี ที่เปลี่ยนชีวิตคนมากมาย รวมไปถึงวงการการศึกษาไปตลอดกาล

 

 

Mindset คืออะไร ?

 

มีนักวิจัย นักจิตวิทยา และศาสตรจารย์ท่านนึงที่อยู่ที่ Stanford University  ชื่อว่า “Carol Dweck ”

เขาได้ทำการวิจัยมามากกว่า 30 ปี เพื่อหาคำตอบว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนเราแตกต่างกัน

 “For  30  years,  my research  has shown that the view you adopt or yourself profoundly affects the way you lead your life.”

ตลอดระยะเวลา    30   ปีที่ผ่านมา งานวิจัยของฉันแสดงให้เห็นว่า มุมมองที่คุณมีต่อตัวเอง ส่งผลอย่างลึกซึ้ง ต่อวิธีที่คุณใช้ชีวิต

 

เขาได้บอกว่า ในการแก้ไขปัญหา พัฒนา และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในชีวิต จะมีอยู่ 2 Mindset ที่แตกต่างกัน ดังนี้

Fixed Mindset กรอบความคิดแบบตายตัว

โดยคนที่มี Fixed mindset จะมีลักษณะดังนี้

  • เชื่อว่าคุณสมบัติ ความเก่ง ความฉลาดของตัวเอง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
  • คิดว่าต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา ให้เห็นว่าฉันเป็นคนเก่งพอ ฉลาดพอ
  • คิดว่าต้องพยายามทำให้ตัวเองดูฉลาด ห้ามโชว์ความโง่ หรือข้อไม่ดีของตัวเอง

 

Growth Mindset กรอบความคิดแบบพัฒนาได้

โดยคนที่มี Growth mindset จะมีลักษณะดังนี้

  • เชื่อว่าคุณสมบัติ ความเก่ง ความฉลาดของตัวเอง คือสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ ด้วยความพยายามและ ประสบการณ์
  • เชื่อว่าศักยภาพที่แท้จริงของคนคนนึง เป็นสิ่งที่ไม่สามารถวัดได้อย่างแน่ชัดได้ เพราะความพยายาม และการฝึกฝนสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้เสมอ

 

2 Mindsets ที่แตกต่างกันนี้ ไม่ได้มีผลแค่ความคิดในหัวของเรา แต่จะมีผลกับปฏิกิริยาต่าง ๆ ต่อปัญหา ความยาก หรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิตเราแตกต่างกันไปด้วย

เช่น

Fixed Mindset กรอบความคิดแบบตายตัว

  • “ความเก่งหรือความสามารถของเรา ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
  • “ความยาก คือ อุปสรรค”
  • “ต้องพยายามดูฉลาด ห้ามแสดงว่าไม่รู้อะไร”
  • “คนเราเกิดมา ฉลาด หรือไม่ฉลาดตั้งแต่แรก มันเป็นที่เราโง่เองเลยทำมันไม่ได้”
  • “ถ้ามันใช่สำหรับเรา มันควรจะทำได้ง่าย”
  • “จะไม่เลือกวิชานี้/งานนี้อีกแล้ว จะใช้เวลากับตรงนี้น้อยลง”

Growth Mindset กรอบความคิดแบบตายตัว

  • “ความเก่งหรือความสามารถของเรา สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ”
  • “ข้อผิดพลาดทำให้เราพยายามได้มากขึ้น”
  • “ยิ่งยาก ยิ่งท้าท้าย ได้เรียนรู้เพิ่ม”
  • “อะไรก็ได้ขอให้ได้เรียนรู้ ได้พัฒนาเพิ่ม”
  • “ความขยันและความพยายาม  คือ ปัจจัยสำคัญ”
  • “ที่ยังไม่สำเร็จ เป็นเพราะวิธีการเรียนรู้ของเราเอง กลับไปแก้ไข และพัฒนาใหม่ได้”
  • “ที่ยังไม่สำเร็จครั้งนี้ แปลว่าครั้งหน้าต้องตั้งใจกว่านี้อีก”

 

คนที่มี Growth Mindset ไม่ใช่แค่ขยันมากกว่า หรือใส่ความพยายามมากกว่า แต่จะปรับเปลี่ยน หาวิธีใหม่ ๆ และความสนุกที่ได้เรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทำให้อยู่กับการแก้ไขปัญหาได้นานกว่า  เพราะมันทำให้เขารักในการลงมือทำ แม้จะยาก หรือจะเจอปัญหาใด ๆ

แตกต่างจากคนที่มี Fixed Mindset ที่จะให้ความสำคัญกับ “ผลลัพท์” มากกว่า “กระบวนการการลงมือทำ” คือถ้าผลออกมาไม่ดีเมื่อไหร่ ก็จะรู้สึกไม่พอใจมาก ๆ

 

มีงานวิจัยที่ทดลองเปรียบเทียบระหว่างเด็ก 2 กลุ่ม คือเด็กที่มี Growth Mindset กับ เด็กที่มี Fixed Mindset

ในช่วงเวลา 2 ปี โดยเทียบจากคะแนนสอบตั้งแต่ Grade 7 ไป Grade 8 ของเด็กทั้งสองกลุ่ม ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

Growth Mindset vs Fixed Mindset

เห็นได้ชัดเลยว่า

เด็กที่มี growth mindset คะแนนค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ

ส่วน Fixed mindset เท่าเดิม หรือค่อย ๆ น้อยลง

 

ลองเช็คตัวเอง เรามี MINDSET แบบไหน

ให้ทุกคนลองเลือกข้อที่ตรงกับตัวเองมากที่สุด จากข้อความดังต่อไปนี้ค่ะ

 

  1. Your intelligence is something very basic about you that you can’t change very much.
    ความฉลาดคือสิ่งที่เป็นพื้นฐานของเราที่เปลี่ยนไม่ค่อยได้
  2.  You can learn new things, but you can’t really change how intelligent you are.
    เราอาจจะเรียนอะไรใหม่ๆ ได้ แต่เปลี่ยนความฉลาดหรือสติปัญญาเรา ไม่ค่อยได้หรอก
  3. No matter how much intelligence you have,  you can always change it quite a bit.
    ไม่ว่าเราจะมีความฉลาด หรือความสามารถแค่ไหนก็ตาม เราสามารถเปลี่ยนมันได้อยู่นิดนึง
  4.  You can always substantially change how intelligent you are.
    เราสามารถเปลี่ยนความฉลาด หรือความสามารถของเราได้อย่างมหาศาล

 

มาดูแนวโน้มกันค่ะ

คนที่เลือกข้อ 1 และ 2 จะมีลักษณะความคิดแบบ Fixed Mindset

ส่วนคนที่เลือกข้อ 3 และ 4 จะมีลักษณะความคิดแบบ Growth Mindset

 

มาลองอีกชุดคำถามหนึ่งกันค่ะ โดยให้เลือกข้อที่ตรงกับเรามากที่สุดเช่นเดิม

  1. You are a certain kind of person, and there  is  not much that can be done to really change
    เราเป็นคนแบบนี้แหล่ะ มันเปลี่ยนแปลง อะไรไม่ค่อยได้หรอก
  2. No matter what kind of person you are, you can always change substantial.
    ไม่ว่าตอนนี้เราจะเป็นคนแบบไหน เราสามารถ เปลี่ยนแปลงได้อย่างมหาศาลเสมอ
  3. You can do things differently, but the important parts of who you are can’t really be changed.
    เราสามารถเปลี่ยนวิธีการทำสิ่งต่างๆได้ แต่ว่าตัวตนที่เป็นส่วนสำคัญของเรา มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ หรอก
  4. You can always change basic things about the kind of person you are.
    เราสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติหรือลักษณะพื้นฐานของตัวตนเราได้เสมอ

 

เฉลย….

คนที่เลือกข้อ 1 และ 3 จะมีลักษณะความคิดแบบ Fixed Mindset

ส่วนคนที่เลือกข้อ 2 และ 4 จะมีลักษณะความคิดแบบ Growth Mindset

 

แต่ถ้าสงสัยว่า ทำไมเรามีผสมกัน หรือมันแล้วแต่เรื่อง นั้นถูกต้องเลยค่ะ

Carol Dweck ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า

“เราทุกคนมักจะมีทั้ง Growth & Fixed Mindset ผสมกัน อาจจะมากน้อยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเรื่องอะไรในชีวิตด้วย”

แต่ข่าวดีสำหรับทุกคนก็คือ ไม่ว่าเราจะมี mindset แบบไหนอยู่ เราสามารถเปลี่ยนได้ค่ะ

You can change your mindset!

 

เราจะเปลี่ยนมามี Growth Mindset มากขึ้นได้อย่างไร

แอดมินสรุปคร่าว ๆ จากหนังสือมาให้เป็น 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ

 

1. Embrace  your    fixed

ยอมรับว่าเราก็มี Fixed mindset ในหลาย ๆ เรื่องได้

2. Become aware of your fixed mindset triggers.

ลองสังเกตตัวเอง ว่าอะไร และความคิดแบบไหนที่ทำให้เรารับมือกับเรื่องต่าง ๆ แบบ fixed mindset

เช่น

  • กลัวเราจะดูไม่เก่งในสายตาคนอื่น
  • ทำอะไรที่มันง่ายกว่านี้ดีมั้ย จะได้ไม่ต้องมาลำบากอย่างงี้
  • เทียบตัวเองกับคนอื่นแล้วรู้สึกอิจฉาจัง เขาเก่งแบบนั้น เราทำไม่ได้หรอก

ถ้าเรารู้ทัน เราก็จะจัดการมันได้ง่ายขึ้น

3. Name your fixed-mindset persona.

ตั้งชื่อให้กับความคิดตายตัวเหล่านี้ ให้ เรารู้จักและจัดการมันได้ดีขึ้น

อาจจะเป็นตัวละครที่เราไม่ชอบ หรือจะเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์ อะไรได้หมดเลยค่ะ

4. Confront your fixed mindset.

เผชิญหน้ากับความคิดตายตัวนี้ และรู้ว่าเรามีอีกทางเลือกที่จะคิดแบบ Growth Mindset ได้นะ

Tip ที่แอดมินชอบมาก เวลาที่เราจับได้ว่าเรากำลังจะพูดว่า “เราไม่เก่ง ไม่ถนัดอะไรบางอย่าง ให้ลองเติมคำว่า “ยัง” หรือ “Not yet” เข้าไป

เช่น แทนที่จะพูดว่า I’m  not good  at this.  (ฉันไม่เก่งเรื่องนี้)

ให้ลองเติมคำว่า Yet ลงไป กลายเป็น I’m  not good  at this “yet”. (ฉัน “ยัง” ไม่เก่งเรื่องนี้)

แต่ถ้าเราใส่ความพยายาม ฝึกฝน ทดลองวิธีต่าง ๆ สะสมประสบการณ์ เราก็สามารถเก่งขึ้นได้

 

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่พยายามฝึก เรียน หรือต้องการประสบ ความสำเร็จในเรื่องอะไรอยู่ก็ตามนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอ

All the best & happy learning,

คะน้า 😀

 

มาเรียนรู้ อัพสกิลภาษาอังกฤษกับฝรั่งอั่งม้อได้ที่นี่เลยค่ะ 😀

>> คลิกดูคอร์สของฝรั่งอั่งม้อ <<

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก